BKKasset · Journal

กฎหมายคอนโดน่ารู้ก่อนซื้อ 2569: พ.ร.บ.อาคารชุด สัญญา และภาษีที่ต้องรู้

กฎหมายคอนโดน่ารู้ก่อนซื้อ 2569: พ.ร.บ.อาคารชุด สัญญา และภาษีที่ต้องรู้

เคยไหมที่ซื้อคอนโดแล้วพบว่าต้องรับภาระหนี้ค่าส่วนกลางของเจ้าของเดิม หรือพบว่าโฆษณาไม่ตรงปก ประเด็นเหล่านี้บ่งชี้ว่ากฎหมายคอนโด อาจกลายเป็นต้นทุนใหญ่ บทความนี้สรุปสาระจากพระราชบัญญัติอาคารชุด สัญญาซื้อขาย และภาระภาษีที่ควรตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

พระราชบัญญัติอาคารชุด กฎหมายหลักที่คุ้มครองทุกฝ่าย

กฎหมายหลักของการซื้อขายและอยู่อาศัยในคอนโดคือ พ.ร.บ. อาคารชุด (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ซึ่งกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ซื้อ เจ้าของร่วม ผู้พัฒนา และนิติบุคคลอาคารชุด พร้อมบทลงโทษปรับสูงสุดถึง 100,000 บาท

หน้าที่ของผู้พัฒนาและสิทธิของเจ้าของห้อง

ผู้พัฒนาต้องใช้สัญญาซื้อขายมาตรฐาน และข้อความหรือภาพโฆษณาขายห้องชุดถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา หากไม่ตรงตามโฆษณาอาจมีโทษปรับ 50,000 ถึง 100,000 บาท ส่วนเจ้าของร่วมมีหน้าที่ชำระค่าส่วนกลาง หากขาดชำระต้องเสียเงินเพิ่ม 12% ต่อปี และหากค้างตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป อัตราเพิ่มสูงสุด 20% ต่อปี ผู้ซื้อคอนโดมือสองจึงควรขอใบปลอดหนี้ค่าส่วนกลางก่อนโอนเสมอ เพื่อไม่ให้รับภาระของเจ้าของเดิม

นิติบุคคลต้องออกใบปลอดหนี้ภายใน 15 วันนับจากวันที่ผู้ซื้อร้องขอ หากล่าช้ามีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบสถานะห้องก่อนทำนิติกรรม

สัญญาจะซื้อจะขาย ข้อตกลงก่อนโอนกรรมสิทธิ์

สัญญาจะซื้อจะขายมีผลบังคับทางกฎหมายแม้ไม่ต้องจัดทำที่สำนักงานที่ดิน ก่อนลงนามควรตรวจสอบข้อมูลผู้ซื้อผู้ขาย ราคาห้อง กำหนดเวลาและสถานที่โอน เงื่อนไขการชำระเงิน และการบอกเลิกสัญญาให้ครบ สำหรับคอนโดมือสองควรยืนยันว่าห้องปลอดหนี้และไม่มีการจำนองแอบแฝง ใครสนใจเปรียบเทียบคอนโดในทำเลเดียวกัน ค้นหาได้ที่ BKKasset.com

ภาระภาษีที่มากับการซื้อ การเช่า และการขาย

ตารางต่อไปนี้สรุปภาษีหลักที่เกี่ยวข้องกับคอนโด

รายการภาษี อัตราโดยประมาณ หมายเหตุ
ภาษีเงินได้จากค่าเช่า อัตรา 0-35% หักค่าใช้จ่ายเหมาตามกฎหมาย ผู้เช่าเป็นนิติบุคคลจะหัก ณ ที่จ่าย 5% ของค่าเช่า
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 0.3-0.7% ของราคาประเมิน คอนโดปล่อยเช่าจัดเป็นพาณิชยกรรม เริ่ม 0.3% ส่วนที่อยู่อาศัยหลักมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาทได้รับยกเว้น
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมิน เก็บเมื่อขายก่อนครบ 5 ปี ยกเว้นมีชื่อในทะเบียนบ้านครบ 1 ปีขึ้นไป

ข้อกำหนดภาษีมีการปรับปรุงเป็นระยะ ผู้ปล่อยเช่าควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับกรมสรรพากร หรือใช้เครื่องมือคำนวณ Rental Yield ของ BKKasset.com เพื่อประเมินผลตอบแทน

สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจ

ก่อนซื้อหรือลงทุนคอนโด ควรตรวจสอบการจดทะเบียนอาคารชุดของโครงการ สัดส่วนถือครองโดยคนต่างชาติไม่เกิน 49% ของพื้นที่อาคาร สัญญาซื้อขาย ใบปลอดหนี้ค่าส่วนกลาง ข้อบังคับนิติบุคคลและอัตราค่าส่วนกลาง รวมถึงการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากหลายธนาคาร โดยช่วงกลางปี 2569 อัตรา MLR อยู่ที่ประมาณ 6.0-7.6% ต่อปี ผู้ที่ไม่แน่ใจว่างบประมาณเพียงพอ ใช้เครื่องมือคำนวณสินเชื่อและประเมินกำลังซื้อของ BKKasset.com ประกอบการวางแผนได้

บทสรุป: ความรู้คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

กฎหมายคอนโดมิเนียมออกแบบมาเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย การทำความเข้าใจ พ.ร.บ. อาคารชุด เงื่อนไขสัญญา ภาระภาษี และขั้นตอนตรวจสอบใบปลอดหนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงนาม

แหล่งอ้างอิง

แชร์บทความ: LINE Facebook

กลับไปหน้าบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

TH EN