การซื้อคอนโดเพื่อใช้เองกับการซื้อคอนโดเพื่อปล่อยเช่ามีประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งที่หลายคนมักสับสน นั่นคือการแต่งห้อง คอนโดที่ซื้อมาอยู่เอง เราต่างแต่งด้วยรสนิยมและความชอบส่วนตัว แต่คอนโดที่ซื้อมาเพื่อสร้างรายได้จากค่าเช่า ต้องแต่งโดยคิดจากมุมมองของผู้เช่าเป็นหลัก โดยเฉพาะตลาดช่วงนี้ที่อัตราห้องว่างของคอนโดใหม่ในกรุงเทพฯ สูงถึงราว 1 ใน 4 ของห้องทั้งตลาดตามรายงานข่าวตลาดอสังหาริมทรัพย์ล่าสุด การแต่งห้องให้ "โดนใจ" และ "พร้อมเข้าอยู่ทันที" จึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่แยกคอนโดที่ปล่อยเช่าได้ไวใน 1-2 สัปดาห์ ออกจากห้องที่ทอดว่างเกือบเต็มปี บทความนี้จึงขอเจาะลึกเทคนิคการแต่งคอนโดเพื่อปล่อยเช่าแบบมืออาชีพ ทั้งการเลือกเฟอร์นิเจอร์ การจัดงบ การเลือกสไตล์ตามกลุ่มเป้าหมาย ไปจนถึงเรื่องกฎหมายและข้อตกลงที่เจ้าของห้องพึงควรรู้ก่อนลงมือจริง
ทำไมการแต่งห้องถึงตัดสินชะตาผลตอบแทนค่าเช่า
ผู้เช่าคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ เป็นคนรุ่นทำงานหรือครัวเรือนเล็ก ๆ ที่ต้องการห้องที่ "หิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย" โดยไม่อยากลงแรงหาซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่ม ข้อมูลจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาและแพลตฟอร์มด้านการเงินระบุว่าห้องที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบทุกชิ้นมักตั้งค่าเช่าได้สูงกว่าและปล่อยได้เร็วกว่าห้องเปล่าอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน หากซื้อคอนโดมาที่ราคา 3 ล้านบาท แล้วปล่อยได้เดือนละ 15,000 บาท นักลงทุนจำนวนมากมักตั้งเป้าผลตอบแทนเช่าอยู่ที่ราว 5-7% ต่อปี ห้องที่แต่งสวย พร้อมอยู่ และถ่ายรูปสวย จะเป็นห้องที่ลูกค้าคลิกเข้าดูก่อนเสมอในแพลตฟอร์มประกาศเช่าซึ่งเป็นการแข่งขันกับห้องว่างอีกนับสิบห้องในย่านเดียวกัน การลงทุนแต่งห้องอย่างมียุทธศาสตร์จึงไม่ใช่รายจ่ายที่หายไป แต่คือการยกระดับทั้งความสามารถในการดึงดูดผู้เช่าและความต่อเนื่องของกระแสเงินสด
หลักคิดสำคัญ: อย่าแต่งห้องสำหรับ "เรา" ที่อยากอยู่ แต่แต่งห้องสำหรับ "เขา" ที่จะจ่ายค่าเช่าทุกเดือน ยิ่งตอบโจทย์ผู้เช่ามากเท่าไหร่ ห้องยิ่งปล่อยได้เร็วและต่ออายุได้ยาวมากเท่านั้น
เทคนิคแต่งห้องที่ผู้เช่าชื่นชอบ 5 ข้อหลัก
จากการรวบรวมประสบการณ์ของบริษัทออกแบบตกแต่งภายในที่รับงานให้ห้องปล่อยเช่าโดยตรง พบว่าเทคนิคที่ใช้ได้ผลจริงมี 5 ข้อที่เจ้าของห้องนำไปใช้ได้ทันที ข้อแรกคือเลือกวัสดุที่ทนทานและดูแลง่ายเพราะผู้เช่าผลัดเปลี่ยนทุก 1-2 ปี พื้นห้องควรเป็นกระเบื้องหรือพื้นที่ทนต่อการขูดขีด หลีกเลี่ยงโซฟาผ้าฝ้ายที่เปื้อนง่ายและโต๊ะกระจกที่เสี่ยงแตกหัก ข้อสองคือขนาดเฟอร์นิเจอร์ต้องพอดีกับห้องห้องขนาด 27-35 ตารางเมตรไม่ควรใส่เตียงใหญ่กว่า 5 ฟุต เพราะจะเบียดพื้นที่ใช้สอยและทำให้ห้องดูอึดอัดเมื่อถ่ายรูป ข้อสามคือเลือกเฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชันเช่น โซฟาเบดนั่งดูทีวีได้และกลายเป็นที่นอนเมื่อมีแขก โต๊ะรับประทานอาหารแบบพับเก็บได้ หรือตู้เสื้อผ้าที่ออกแบบให้เก็บกระเป๋าเดินทางได้ด้วย เพิ่มความน่าสนใจให้ห้องด้วยงบเพิ่มไม่มาก
ข้อสี่คือใช้โทนสีกลางทั่วห้องทั้งสีขาว ครีม และเทาอ่อน ซึ่งทำให้ห้องดูโล่ง สว่าง และไม่ติดรสนิยมเฉพาะกลุ่ม ใครเข้ามาก็ยอมรับได้ ข้อห้าคือทำให้ห้องครบเครื่องแบบ Move-in Readyทั้งทีวี แอร์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ โซฟา เครื่องทำน้ำอุ่น ที่นอนพร้อมที่นอน ชั้นวางของ และผ้าม่าน เพราะความ "พร้อมย้ายเข้าได้เลย" คือปัจจัยตัดสินใจอันดับแรกของผู้เช่ารุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว
| เทคนิคการแต่งห้อง | เหตุผลที่ผู้เช่าชื่นชอบ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| วัสดุทนทาน ทำความสะอาดง่าย | ห้องดูใหม่เสมอแม้ใช้งานมานาน ลดปัญหาซ่อมแซมระหว่างเช่า | หลีกเลี่ยงโซฟาผ้าและโต๊ะกระจก |
| เฟอร์นิเจอร์ขนาดพอดีห้อง | ห้องดูโล่ง โปร่ง อุดมพื้นที่ใช้สอย ถ่ายรูปสวย | เตียงไม่ควรเกิน 5 ฟุตในห้องมาตรฐาน |
| เฟอร์นิเจอร์มัลติฟังก์ชัน | เพิ่มประโยชน์ใช้ที่ในพื้นที่จำกัด | เลือกกลไกที่ทนทาน ไม่ใช้ซ่อมง่าย |
| โทนสีกลาง ขาว-ครีม-เทาอ่อน | ห้องดูสว่าง กว้าง ตอบโจทย์ผู้เช่าทุกกลุ่ม | ไม่ใช้สีฉูดฉาดหรือลายผ้าม่านรสนิยมเฉพาะตัว |
| ครบทุกอุปกรณ์พร้อมเข้าอยู่ | ลดภาระผู้เช่า ตัดสินใจเช่าไวขึ้น | สามารถตั้งค่าเช่าได้สูงกว่าห้องเปล่า |
จัดงบประมาณแต่งห้องอย่างไรให้คุ้มกับค่าเช่า
การตั้งงบแต่งห้องปล่อยเช่าไม่ได้ดูแค่เงินในกระเป๋า แต่ต้องดูคู่กับเรทค่าเช่าที่จะตั้งด้วย จากการประเมินราคาสินค้าจริงในตลาด พบว่าห้องนอนขนาด 1 ห้องนอน 27-35 ตารางเมตรที่จะปล่อยเช่าราว 12,000-20,000 บาทต่อเดือน ใช้งบเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทบวกลบ ดังตัวอย่างการจัดสรรในตารางด้านล่าง ซึ่งเป็นกรอบอ้างอิงที่ผู้ลงทุนนำปรับใช้ได้ตามสถานการณ์จริง
| รายการ | สเปกแนะนำสำหรับห้องปล่อยเช่า | งบประมาณโดยประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| โซฟา 2 ที่นั่ง | หนังเทียมหรือวัสดุเช็ดทำความสะอาดง่าย | 9,000 - 12,000 |
| ชั้นวางทีวี | บิวท์อินหรือลอยตัวขนาดกะทัดรัด | 4,000 - 6,000 |
| ชุดโต๊ะรับประทานอาหาร / โต๊ะทำงาน 2-in-1 | ใช้งานได้สองรูปแบบ ประหยัดพื้นที่ | 5,000 - 10,000 |
| เตียง 5 ฟุต พร้อมฟูกและเครื่องนอน | โครงเตียงแข็งแรง รองรับการใช้งานยาว | 19,000 - 24,000 |
| ตู้เสื้อผ้า | 3 บานสำหรับ 1 ห้องนอน หรือ 100-120 ซม. สำหรับสตูดิโอ | 7,500 - 13,000 |
| ผ้าม่าน | ม่านโปร่งแสงและม่านทึบรวมกัน | 7,000 - 9,000 |
| เครื่องใช้ไฟฟ้าหลัก | ตู้เย็น 2 ประตู ไมโครเวฟ เครื่องทำน้ำอุ่น ทีวี 48 นิ้ว | 20,000 - 27,000 |
| เครื่องซักผ้า | 10-12 กิโลกรัม เพิ่มความน่าเช่า | 19,000 - 26,000 |
ทั้งนี้ หากราคาซื้อคอนโดรวมโปรโมชั่น Fully Furnished จากผู้พัฒนาโครงการอยู่แล้ว งบประมาณส่วนนี้จะลดลงได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังต้องคำนวณจุดคุ้มทุนด้วย เช่น หากใช้งบแต่งห้อง 100,000 บาทแล้วตั้งค่าเช่าสูงขึ้นได้เดือนละ 1,500 บาท ห้องจะคืนทุนงานแต่งภายในราว 6 ปีเศษ ขณะที่ยังได้ประโยชน์เรื่องความว่างของห้องที่ลดลงซึ่งคือต้นทุนซ่อนเร้นที่ใหญ่ที่สุดของการลงทุนคอนโดปล่อยเช่า
ออกแบบห้องให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย สูตรตั้งค่าเช่าที่ใช้จริง
ห้องแต่ละห้องมี "ลูกค้า" ของตัวเอง การออกแบบควรเริ่มจากคำถามว่าใครจะเป็นคนเช่ากลุ่มนักศึกษาและ First Jobber ย่านมหาวิทยาลัยและสำนักงาน จะเน้นฟังก์ชันและการใช้งานเต็มที่ในงบประหยัด กลุ่มคนทำงานรับเงินเดือนเดือนที่อยู่ย่าน CBD จะเน้นความสะดวกครบครันและสภาพห้องที่ดูใหม่สะอาดยินดียอมจ่ายค่าเช่าสูงขึ้นเล็กน้อย กลุ่มชาวต่างชาติชอบห้องที่มีสไตล์เฉพาะตัวและเครื่องใช้ไฟฟ้ามาตรฐานสากล ส่วนกลุ่มผู้มีรายได้สูงจะมองหารายละเอียดความหรูหราและวัสดุคุณภาพสูง การกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ชิ้นแรกช่วยป้องกันการซื้อเกินความจำเป็นและทำให้ตั้งค่าเช่าได้ตรงความต้องการจริงของตลาด
สำหรับการตั้งราคาค่าเช่า แนะนำให้สำรวจห้องที่ใกล้เคียงกันในย่านเดียวกันอย่างน้อย 10 ประกาศ ก่อนตั้งราคา โดยปรับขึ้นลงตามจุดแข็งของห้องเรา เช่น มุมมองดี ชั้นสูง หรือแถมเครื่องซักผ้าที่ห้องคู่แข่งไม่มี นอกจากนี้การถ่ายรูปห้องเมื่อแสงธรรมชาติดีที่สุด จัดเก็บของให้โล่งเพิ่มเติม และเตรียมข้อมูลทำเลที่ตั้งใกล้รถไฟฟ้าพร้อมระบุระยะห่างจริง จะช่วยให้ประกาศเช่ามีประสิทธิภาพมากกว่าการเพียงตั้งราคาถูกกว่าตลาด
สิ่งที่เจ้าของห้องต้องเช็กก่อนแต่ง: กฎหมายและข้อต้องการของนิติบุคคล
การแต่งห้องปล่อยเช่ามีข้อจำกัดที่ไม่ใช่เรื่องงบทุน แต่คือกฎระเบียบ ข้อแรกคือข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งแต่ละโครงการต่างกัน บางห้องห้ามตอกกำแพงติดตั้งผ้าม่านแบบยาว บางห้องห้ามแขวนผ้าม่านลอยจากกระจกนอกอาคาร หรือห้ามเปลี่ยนแปลงพื้นและวอลเปเปอร์ซึ่งกระทบความสวยงามร่วมของตัวอาคาร ควรตรวจสอบกับนิติบุคคลก่อนลงมือติดตั้งทุกอย่าง ข้อสองคือข้อกำหนดเรื่องผู้เช่าบางโครงการห้ามเลี้ยงสัตว์เลี้ยงบางขนาด หากกลุ่มเป้าหมายของเราคือคนรักสัตว์ควรเลือกโครงการที่เป็น Pet Friendly ตั้งแต่ต้น ข้อสามคือเรื่องภาษีรายได้ค่าเช่าเป็นเงินได้ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และกรณีปล่อยเช่าระยะสั้นแบบรายวันหรือรายสัปดาห์อาจเข้าข่ายกฎหมายโรงแรมซึ่งผิดกฎหมายหากรับนักท่องเที่ยวต่ำกว่า 28 วัน ข้อสุดท้ายคือการทำสัญญาเช่าที่ครอบคลุมเงื่อนไขการใช้เฟอร์นิเจอร์ควรมีรายการตรวจสอบสภาพเฟอร์นิเจอร์แนบสัญญาและถ่ายรูปเก็บไว้ทุกชิ้น เพื่อลดความขัดแย้งเมื่อคืนห้อง
ห้องที่สวยแต่ผิดข้อบังคับนิติบุคคล อาจถูกสั่งแก้ไขหลังลงทุนแล้ว หรือห้องที่แต่งมาเพื่อคนรักสัตว์แต่อยู่ในโครงการห้ามสัตว์ จะกลายเป็นห้องว่างที่หาผู้เช่ายากทันที ก่อนลงมือแต่ง จึงต้องตรวจสอบกฎเกณฑ์ของอาคารให้ครบทุกข้อเสมอ
สรุป: เทคนิคแต่งห้องปล่อยเช่าในหนึ่งหน้ากระดาษ
หัวใจของการแต่งคอนโดเพื่อปล่อยเช่าคือการคิดจากมุมมองผู้เช่าเป็นหลัก ตั้งแต่การเลือกวัสดุทนทานทำความสะอาดง่าย ขนาดเฟอร์นิเจอร์ที่พอดีกับห้อง ฟังก์ชันหลากหลาย โทนสีกลาง และอุปกรณ์ครบครันแบบพร้อมเข้าอยู่ทันที พร้อมกับการจัดงบประมาณให้สมสัดส่วนกับค่าเช่าที่ตั้งไว้ โดยทั่วไปห้อง 1 ห้องนอนใช้งบราว 100,000 บาทซึ่งคุ้มค่าหากช่วยให้ห้องไม่ว่างนาน การกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดและตรวจสอบข้อบังคับนิติบุคคลก่อนแต่ง จะช่วยป้องกันทั้งการเสียเงินเกินและความเสี่ยงด้านกฎหมาย สำหรับนักลงทุนที่ต้องการประเมินผลตอบแทนอย่างครบถ้วน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความการคำนวณ Rental Yield จากคอนโดมิเนียมของ BKKasset.com เพื่อวางแผนการลงทุนให้สมดุลระหว่างคุณภาพห้องและผลตอบแทนที่จริง
แหล่งอ้างอิง
- TerraBKK - 5 ทริคแต่งคอนโด ให้ปล่อยเช่าได้ชัวร์ ลงทุนได้ราคา
- Livinginsider - แต่งคอนโดปล่อยเช่า ต้องตั้งต้นจากอะไรและใช้งบเท่าไร
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (The Coach) - 11 เคล็ดลับทำคอนโดปล่อยเช่าให้ได้กำไร
- Umayplus - วิธีคำนวณค่าตอบแทนเมื่อปล่อยเช่าคอนโด
- Ocean Property - ลงทุนคอนโดปล่อยเช่าคุ้มไหม วิธีเริ่ม ทำเล และการคำนวณ Yield
